บทวิเคราะห์ฐานะการเงิน

อัตราส่วน ทางการเงินที่สำคัญ (งบการเงินรวม)

  ปี 2559 ปี 2558 ปี 2557
  (หน่วย : ล้านบาท ยกเว้น หุ้น / ข้อมูลต่อหุ้นและอัตราส่วนทางการเงิน)
งบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย 5,073.58 5,042.34 6,547.11
รายได้รวม 5,206.43 5,145.49 6,647.15
ต้นทุนขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย 3,181.42 3,016.13 3,832.48
ค่าใช้จ่ายรวม 4,037.05 3,846.15 4,874.80
กำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลัก 1,892.17 2,026.21 2,714.64
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 850.60 900.46 1,224.50
กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 850.65 900.90 1,224.52
งบแสดงฐานะการเงิน
รวมสินทรัพย์ 9,700.13 9,946.98 11,190.70
หนี้สินรวม 4.592.24 5,495.99 7,646.52
ทุนเรือนหุ้นที่ออกจำหน่ายและชำระแล้ว 3,575.48 3,575.48 3,575.42
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 5,107.89 4,450.99 3,544.17
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 5,105.38 4,448.42 3,541.17
อัตราส่วนแสดงสภาพคล่อง (LIQUIDITY RATIOS) (เท่า)
อัตราส่วนสภาพคล่อง 3.01 2.09 1.57
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว 0.52 0.18 0.17
อัตราความสามารถในการทํากําไร (Profitability Ratios) (%)
อัตรากำไรขั้นต้น (1) 37.29% 40.18% 41.46%
อัตรากำไรสุทธิ 16.34% 17.50% 18.42%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (2) 17.81% 22.55% 41.91%
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ 8.66% 8.52% 9.89%
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Efficiency Ratios) (เท่า)
อัตราส่วนหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม 0.52 0.51 0.59
อัตราส่วนการชำระหนี้ (Leverage Ratios) (เท่า)
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 0.90 1.23 2.16
อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน 0.58 0.65 1.00
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (3) 0.35 0.53 0.86
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย   (4) 12.42 8.48 13.28
อัตราการเติบโต (% ต่อปี) (%)
อัตราการเติบโตของสินทรัพย์รวม -2.48% -11.11% -17.62%
อัตราการเติบโตของหนี้สินรวม -16.44% -28.12% -32.20%
อัตราการเติบโตของทุน 14.76% 25.59% 53.66%
อัตราการเติบโตของรายได้รวม 1.18% -22.59% 15.29%
อัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวม (5) 4.03% -18.68% 5.88%
อัตราส่วนต่อหุ้น (Per Share Ratios) (บาท)
กำไรต่อหุ้น 0.24 0.25 0.34
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (6) 1.43 1.24 0.99
ข้อมูลทางการเงินอื่นๆ
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 1,592.63 657.76 1,914.42
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนสุทธิ (814.06) 9.20 (61.74)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมในการจัดหาเงินสุทธิ (148.99) (659.63) (1,910.73)

(1)อัตรากำไรขั้นต้น = (รายได้จากการขาย-ต้นทุนขาย) / รายได้จากการขาย

  โดยรายได้จากการขาย หมายถึง รายได้ที่ถูกรับรู้จากการขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย

(2)อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น = กำไร (ขาดทุน) ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท/ ค่าเฉลี่ยส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทปีนี้และปีที่แล้ว

(3)อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน = หนี้สิ้นรวมหักเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด / ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท

(4) อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย = กำไร (ขาดทุน) ก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษี / ค่าใช้จ่ายทางการเงิน โดยค่าใช้จ่ายทางการเงิน หมายถึง ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมจัดหาเงินกู้ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้

(5) ไม่รวมขาดทุนจากการด้อยค่าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและการปรับลดราคาทุนของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ

(6) มูลค่าตามบัญชีรวมส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย

การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ MD&A

ภาพรวม

ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อย ทำกำไรสุทธิที่ 851 ล้านบาท และกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้นิติบุคคลและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ที่ 1,270 ล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นนั้นลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 40 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 37 ในปี 2559

ยอด Backlog ของบริษัทและบริษัทย่อย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2559 มีมูลค่าประมาณ 4,045 ล้านบาท โดยประมาณร้อยละ 44 ของยอด Backlog ทั้งหมดมาจากโครงการล็อฟท์ อโศก ส่วนที่เหลือมาจากโครงการล็อฟท์ เอกมัย เป็นจำนวนร้อยละ 32 รวมถึงโครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา โครงการ 185 ราชดำริ โครงการซายร์ วงศ์อมาตย์ และโครงการเดอะริเวอร์ เป็นจำนวนร้อยละ 11, 5, 4 และ 4 ตามลำดับ

เนื่องจากความสามารถในการส่งมอบห้องชุดโครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา โครงการ 185 ราชดำริ และโครงการล็อฟท์ เอกมัย ให้แก่ลูกค้า จึงส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อย มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยลดลงประมาณ 54 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) ลดลงจาก 0.65 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็น 0.58 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559

ผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร

รายได้

ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,206 ล้านบาท ลดลง 61 ล้านบาท หรือร้อยละ 1 จากปี 2558 โดยร้อยละ 97 ของรายได้รวม มาจากการรับรู้รายได้ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ 5 โครงการซึ่งได้แก่ โครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยาจำนวน 1,922 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของรายได้รวม โครงการ 185 ราชดำริ จำนวน 1,195 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของรายได้รวม โครงการล็อฟท์ เอกมัย จำนวน 874 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของรายได้รวม โครงการซายร์ วงศ์อมาตย์ จำนวน 718 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของรายได้รวม และโครงการเดอะริเวอร์จำนวน 365 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ของรายได้รวม

โครงการ ปี 2559 ปี 2558
  รายได้ (ล้านบาท) % รายได้ (ล้านบาท) %
โครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา 1,922 37% 18 1%
โครงการ 185 ราชดำริ 1,195 23% 2,795 54%
โครงการล็อฟท์ เอกมัย 874 17% - 0%
โครงการซายร์ วงศ์อมาตย์ 718 14% 1,716 33%
โครงการเดอะริเวอร์ 365 7% 513 10%
อื่นๆ* 132 3% 103 2%
รวม 5,206 100% 5,145 100%

* รวมถึงรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ รายได้ค่าธรรมเนียมการตลาด ค่าบริหารโครงการ ดอกเบี้ย และอื่นๆ

ต้นทุนขาย

ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อย มีต้นทุนการขายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เนื่องจากการโอนห้องชุดในโครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา และโครงการล็อฟท์ เอกมัย หักกลบกับการโอนห้องชุดโครงการ 185 ราชดำริและโครงการซายร์ วงศ์อมาตย์ที่ลดลง

โครงการ ปี 2559 ปี 2558
  ต้นทุนขาย (ล้านบาท) % ต้นทุนขาย (ล้านบาท) %
โครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา 1,212 38% 11 0%
โครงการ 185 ราชดำริ 563 18% 1,472 49%
โครงการล็อฟท์ เอกมัย 656 20% - 0%
โครงการซายร์ วงศ์อมาตย์ 503 16% 1,208 40%
โครงการเดอะริเวอร์ 247 8% 325 11%
รวม 3,181 100% 3,016 100%

กำไรขั้นต้น

แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทย่อยมีทิศทางที่ลดลงเล็กน้อย โดยในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 37 ในขณะที่ปี 2558 และ 2557 บริษัทและบริษัทย่อยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 40 และ 41 ตามลำดับ ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทและบริษัทย่อย ยังคงอยู่ในอัตราที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสาระสำคัญ

ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นค่าใช้จ่ายหลักอันดับที่สองของบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 21 ของค่าใช้จ่ายรวมในปี 2559 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจาก 830 ล้านบาทในปี 2558 เป็น 856 ล้านบาทในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3

รายการค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหาร ปี 2559
(ล้านบาท)
ปี 2558
(ล้านบาท)
ปี 2557
(ล้านบาท)
อัตราการเปลี่ยนแปลง
ปี 2557 - 2559 (%)
เงินเดือนและผลประโยชน์อื่นของพนักงานและค่าตอบแทนผู้บริหาร 223.1 224.3 252.0 -11.5%
ภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอน 190.2 210.4 283.5 -32.9%
ค่าใช้จ่ายในการขายอื่น 100.9 116.0 127.7 -21.0%
ค่าใช้จ่ายการบริหารอื่นๆ 341.4 279.3 379.1 -9.9%
รวม 855.6 830.0 1,042.3 -17.9%

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน

ค่าใช้จ่ายทางการเงินส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้มาเพื่อการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะถูกบันทึกเข้าเป็นต้นทุนของโครงการจนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางการเงินในงบกำไรขาดทุน และเงินกู้จะทยอยคืนเมื่อมีการโอนห้องชุด ซึ่งในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายทางการเงินน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเป็นจำนวน 59 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อย ได้มีการโอนห้องชุดในโครงการ ยูนิกซ์ เซาท์พัทยา และโครงการล็อฟท์ เอกมัย ให้แก่ลูกค้าเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2558 และ 3/2559 ตามลำดับ บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีการคืนเงินกู้ของโครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา หมดในช่วงต้นไตรมาส 3/2559 และคืนเงินกู้ส่วนใหญ่ของโครงการล็อฟท์ เอกมัยในระหว่างปี จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงในปี 2559 ถึงแม้บริษัทฯ จะมีการออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันจำนวน 1,000 ล้านบาทเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 และการเบิกเงินกู้สำหรับการพัฒนาโครงการของบริษัทย่อยจำนวน 510 ล้านบาทในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2559

กำไร (ขาดทุน) สุทธิ

ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมเป็นจำนวน 851 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2558 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 900 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทย่อยลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 40 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 37 ในปี 2559

กำไรต่อหุ้นสำหรับปี 2559 อยู่ที่ 0.24 บาทต่อหุ้น (2558: กำไร 0.25 บาทต่อหุ้น)

ความสามารถในการบริหารสินทรัพย์

สินทรัพย์

สินทรัพย์รวมของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีมูลค่าลดลง 247 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 2) เมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย เกิดจากการโอนต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นต้นทุนขายเมื่อมีการโอนห้องชุด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการ ยูนิกซ์ เซาท์พัทยา โครงการ 185 ราชดำริ และโครงการล็อฟท์ เอกมัย จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปี 2559 มีการเพิ่มขึ้นของที่ดินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินรอการพัฒนาและเงินมัดจำค่าสิทธิการเช่า จำนวน 810 ล้านบาท 492 ล้านบาท และ 300 ล้านบาท ตามลำดับ

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทและบริษัทย่อย มีหนี้สินรวมลดลง 904 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 16) เมื่อเทียบกับหนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย เกิดจากการส่งมอบห้องชุดในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 5 โครงการ ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยรับรู้เงินมัดจำล่วงหน้าจากลูกค้าเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ สิ้นปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 5,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 656 ล้านบาท หรือร้อยละ 15 จากปี 2558 โดยเพิ่มขึ้นจากผลกำไรสุทธิในปี 2559 จำนวน 851 ล้านบาท หักกลบกับการจ่ายเงินปันผลจำนวน 197 ล้านบาท

สภาพคล่องและความเพียงพอของเงินทุน

กระแสเงินสด

  ปี 2559
(ล้านบาท)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดต้นปี 486
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 1,592
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนสุทธิ (796)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมในการจัดหาเงินสุทธิ (149)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายปี 1,133

ในช่วงปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นจำนวน 1,592 ล้านบาท โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเงินรับจากลูกค้าเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ ยูนิกซ์ เซาท์พัทยา และโครงการ 185 ราชดำริในระหว่างปี

ในช่วงปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมลงทุนเป็นจำนวน 796 ล้านบาท โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายซื้อที่ดินรอการพัฒนาและจ่ายเงินมัดจำค่าสิทธิการเช่า จำนวน 492 ล้านบาท และ 300 ล้านบาท ตามลำดับ

ในช่วงปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นจำนวน 149 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินเมื่อบริษัทส่งมอบห้องชุดในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวน 1,310 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการส่งมอบห้องชุดของโครงการยูนิกซ์ เซาท์พัทยา และโครงการล็อฟท์ เอกมัย ซึ่งเริ่มส่งมอบให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ไตรมาส 4/2558 และ 3/2559 ตามลำดับ ประกอบกับการจ่ายเงินปันผลจำนวน 197 ล้านบาท หักกลบกับเงินที่เพิ่มขึ้นจากการที่บริษัทฯ ออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงการจากสถาบันการเงินของบริษัทย่อย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,367 ล้านบาท

จากความสามารถในการส่งมอบห้องชุดโครงการให้แก่ลูกค้า จึงทำให้บริษัทและบริษัทย่อย มีผลกำไรสุทธิของปี 2559 เป็นจำนวน 851 ล้านบาท ในขณะที่หนี้สินที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 54 ล้านบาท จึงส่งผลสำคัญให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) ลดลงจาก 0.65 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็น 0.58 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559

ภาระผูกพันหนี้สินและการบริหารจัดการภาระนอกงบดุล และปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต

บริษัทและบริษัทย่อยมีหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งฝ่ายบริหารได้ใช้ดุลยพินิจในการประเมินผลของคดีที่ถูกฟ้องร้องแล้วและเชื่อมั่นว่าจะไม่มีความเสียหายที่มีสาระสำคัญเกิดขึ้น จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินดังกล่าว ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน